เปิดตัวแล้ว iPhone X (ไอโฟน X) สรุปข้อมูลทุกอย่าง สเปก ฟีเจอร์

เปิดตัวแล้ว iPhone X (ไอโฟน X) สรุปข้อมูลทุกอย่าง สเปก ฟีเจอร์ ราคาเปิดตัวที่ 999 US มาพร้อม Face ID กล้องคู่ใหม่ล่าสุดรองรับ AR เต็มรูปแบบ!

 

หลังจากที่แฟนๆ เฝ้ารอกันมาถึง 1 ปีเต็ม สำหรับการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด Apple ล่าสุด Apple ได้เปิดตัว ไอโฟนรุ่นครบรอบ 10 ปี แล้วในชื่อ  iPhone X s โดย iPhone X จะเป็นไอโฟนรุ่นท็อปสุดของปีนี้ และจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายที่ Apple ยังไม่เคยพัฒนากับไอโฟนมาก่อน อย่างเช่นการปลดล็อตด้วย Face ID กล้องคู่ใหม่ล่าสุดที่ประมวลผลภาพได้เร็วกว่าเดิมและรองรับ AR เต็มรูปแบบ  เรามาดูสเปกเบื้องต้นกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง 
 

คุณสมบัติตัวเครื่องของ iPhone X (ไอโฟน X)

– ตัวเครื่องมีขนาด 143.6×70.9×7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 174 กรัม
– หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Super Retina HD แบบไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436×1125 พิกเซล ความหนาแน่นของเม็ดพิกเซล 458 ppi
– ชิปเซ็ตประมวลผล 64-bit Hexa-Core Apple A11
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 256GB
– กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ใช้งานเลนส์ Wide และ Telephoto, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8 และ F/2.4, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ (Dual-OIS),ไฟแฟลชแบบ Quad-LED, Optical Zoom, ถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ในความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 240fps
– กล้องด้านหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 และบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD
– ฟีเจอร์กันน้ำ IP67
– ฟีเจอร์จดจำใบหน้า (Facial Recognition)
– ราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์

 

ราคา iPhone X และการวางจำหน่ายในแต่ละประเทศ 

สำหรับ iPhone X จะมีความจุเริ่มต้นที่ 64GB และ 256 GB มีสีให้เลือก 2 สีคือ สีขาวและสีดำ สำหรับราคาเริ่มต้น (64GB) อยู่ที่ 999 US หรือประมาณ 35,000 บาท อย่างไรก็ดี การวางจำหน่ายในไทยน่าจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นคาดว่า อาจจะเริ่มต้นที่ราคาประมาณ 38,000 บาท  สำหรับการวางจำหน่าย apple ยังไม่ได้ประกาศประเทศที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่ประกาศวัน Pre order  ในวันที่ 27 ตุลาตม 2560 และวางจำหน่ายจริง 3 พฤศจิกายน  

สำหรับประเทศไทยน่าจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือน พฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ดีมีข่าวก่อนหน้านี้ว่า iPhone X สามารถผลิตได้เพียง 10,000 เครื่องต่อวันดังนั้น อาจจะส่งผลต่อการวางจำหน่ายทั่วโลกได้ หากมีข่าวเพิ่มเติมทีมงานจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบอย่างเร็วที่สุด

 

iPhone X (ไอโฟนเท็น) เป็นรุ่นครบรอบ 10 ปี ของผลิตภัณฑ์ไอโฟน

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี ก่อนหน้านี้ ชายผู้หนึ่งชื่อว่า Steve Jobs ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่กลายเป็นหนึ่งปัจจัยในการปฏิวัติการใช้ชีวิตของมนุษย์ไปตลอดกาล และสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นก็คือ Apple iPhone โดยทาง Apple ก็มีการพัฒนาไอโฟนแต่ละรุ่น พร้อมเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัวในแต่ละครั้งก็มักจะมีฟีเจอร์ หรือคุณสมบัติเด็ดๆ มาเซอร์ไพรส์ผู้ใช้อยู่เสมอ จนกระทั่งเวลาผ่านมาถึง 10 ปี Apple ต้องการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษครั้งนี้ ด้วยการพัฒนาไอโฟนรุ่นท็อปที่เป็นรุ่น Limited Edition สำหรับวาระการครบรอบ 10 ปี ไอโฟน และเป็นที่มาของชื่อ iPhone X (ไอโฟนเท็น)

 

หน้าจอไร้ขอบ (edge-to-edge) แบบ OLED รุ่นแรกของค่าย

iPhone X รุ่นใหม่มาพร้อมกับหน้าจอ OLED Super Retina Display ขนาด 5.8 นิ้ว และเป็นแบบไร้ขอบตามกระแสนิยมที่กำลังมาแรงในขณะนี้ โดยหน้า OLED นั้นมีจุดเด่นทั้งในด้านของการประหยัดพลังงาน และการแสดงสีสัน หรือความคมชัดของจอภาพที่ยอดเยี่ยมกว่าจอ LCD อีกด้วย

 

iPhone X ไร้ปุ่มโฮม และไร้ Touch ID

iPhone X ต้องขยายหน้าจอให้มีพื้นที่มากขึ้น ทำให้ Apple จำเป็นต้องตัดปุ่มโฮมทิ้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple กำลังหาวิธีในการพัฒนาให้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสามารถฝังลงไปใต้หน้าจอได้ แต่วิธีการดังกล่าวมีปัญหาเชิงเทคนิคที่ซับซ้อนมาก และทำให้ Apple ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทัน จนต้องยอมตัดเซ็นเซอร์ Touch ID ออกไปด้วย ดังนั้น iPhone X จึงจะไม่มีปุ่มกลมๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของไอโฟนอีกต่อไป

 

ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) กับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอีกระดับเมื่อ

ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ถูกนำเข้ามาใช้งานแทนที่เซ็นเซอร์ Touch ID ที่ถูกถอดออกไป ซึ่งถ้าหากว่ากันตามตรงแล้ว ระบบจดจำใบหน้า และสแกนม่านตานั้นมีความปลอดภัยสูงกว่าการสแกนลายนิ้วมือด้วย เพราะลายนิ้วมือนั้นยังสามารถถูกปลอมแปลงได้ง่าย แต่ม่านตาของมนุษย์แทบจะปลอมแปลงไม่ได้เลย

 

ชิปเซ็ตระดับ Hexa-Core (6-Core) เป็นรุ่นแรก

ก่อนหน้านี้ ชิปเซ็ตประมวลผลของ Apple ในตระกูล Apple Ax มักจะถูกผลิตมาพร้อมกับแกนประมวลผลที่มีเพียง 2 แกน (Dual-Core) เท่านั้น แต่ตัวไอโฟนก็ยังมีความเร็วแรง และลื่นไหลในการประมวลผลแบบต่างๆ อยู่มาก ซึ่งเป้นผลมาจากการจัดการทรัพยากรระบบของ iOS ที่ Apple ออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่สำหรับ iPhone X คาดว่าจะได้ใช้งานชิปเซ็ต Apple A11 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับแกนประมวลผลมากถึง 6 แกน (Hexa-Core) เป็นรุ่นแรกของค่าย โดยมี 2 แกนหลัก รับหน้าที่การประมวลผลระดับ High Speed ส่วนอีก 4 แกนที่เหลือจะเป็นการประมวลผลธรรมดาทั่วไป

 

กล้องคู่ 12 ล้านพิกเซลพร้อมรองรับ AR เต็มรูปแบบ


 

นอกจากฟีเจอร์สุดเด็ดในด้านอื่นๆ ที่มาพร้อมกับ iPhone X แล้ว เรื่องกล้องคู่ (Dual-Camera) ก็ถือว่าโดดเด่นเช่นเดียวกัน โดยกล้องคู่บน iPhone X มาพร้อมกับ Engine ที่รองรับการประมวลผลด้าน AR (Augmented Reality) อย่างเต็มรูปแบบ สามารถเล่นเกม AR ได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุด

 

กล้องคู่กับระบบกันสั่นทั้งสองเลนส์ (Dual OIS)

นอกจากจุดเด่นในเรื่อง AR แล้ว กล้องคู่ของ iPhone X ยังมาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ทั้งสองเลนส์ (Dual-OIS) ซึ่งช่วยป้องกันการสั่นไหวได้ดีมากยิ่งขึ้น

 

ฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67

iPhone X ยังคงมาพร้อมกับฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นในมาตรฐาน IP67 ที่สามารถป้องกันน้ำกระเซ็น หรือใช้งานกลางสายฝนได้อย่างไม่มีปัญหา 

 

ฟีเจอร์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging)

แม้ฟีเจอร์ชาร์จไร้สายจะไม่ใช่ของใหม่ แต่ไอโฟนทุกรุ่นก่อนหน้านี้ก็ยังไม่เคยมีฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานแต่อย่างใด และสำหรับ iPhone X ก็คาดว่า Apple จะพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวให้ใช้งานด้วย เพราะตัวเครื่องก็เปลี่ยนจากโลหะ (Metal) มาใช้งาน Glass Design ที่ช่วยให้ส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กจากแท่นชาร์จได้ แต่ต้องติดตามกันอีกครั้งว่า การชาร์จไร้สายเช่นนี้จะมีฟีเจอร์ใดมาเพิ่มเติมหรือไม่

 

iPhone X จะเป็นไอโฟนที่มีราคาเปิดตัวเริ่มต้นสูงที่สุด 

สำหรับราคาเปิดตัวของ iPhone X นั้นเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์ (ประมาณ 34,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน) และจะกลายเป็นไอโฟนรุ่นที่มีราคาเริ่มต้นสูงที่สุดด้วย เนื่องจากการพัฒนาหน้าจอ OLED, ฟีเจอร์จดจำใบหน้า รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่ไม่เคยปรากฏบนไอโฟนรุ่นใดมาก่อน ประกอบกับ iPhone X ยังเป็นรุ่นพิเศษที่จัดทำขึ้นในวาระการครบรอบ 10 ปี ผลิตภัณฑ์ไอโฟนด้วย ทำให้ฐานะของ iPhone X คล้ายกับการเป็นรุ่น Limited Edition ด้วย ทำให้ราคาเปิดตัวพุ่งสูงขึ้น ส่วน iPhone X จะเปิดให้สั่งจองกันในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 และจะวางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560

ล่าสุด เว็บไซต์ Apple (สิงคโปร์) ได้ประกาศราคาวางจำหน่ายของ iPhone X อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 iPhone X รุ่น 64GB มีราคาวางจำหน่ายที่ 1,648 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 40,500 บาท
– iPhone X รุ่น 256GB มีราคาวางจำหน่ายที่ 1,888 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 46,500 บาท

ส่วนราคา iPhone X ในประเทศไทยทางทีมงานคาดการณ์ไว้โดยอ้างอิงจากฐานราคา iPhone 7 Plus ที่เปิดตัวในสิงคโปร์ และในประเทศไทย ซึ่งมีส่วนต่างบวกลบห่างกันไม่เกิน 1,000 บาท และได้ข้อสรุป ดังนี้

– iPhone X รุ่น 64GB อาจมีราคาวางจำหน่ายในไทยที่ 39,500-41,500 บาท
– iPhone X รุ่น 256GB อาจมีราคาวางจำหน่ายในไทยที่ 45,500-47,500 บาท

สำหรับราคา iPhone 8 ในสิงคโปร์ มีรายละเอียด ดังนี้

 iPhone 8 รุ่น 64GB ราคา 1,148 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 28,200 บาท (ราคาไทย +-ไม่เกิน 1,000 บาท)
– iPhone 8 รุ่น 256GB ราคา 1,388 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 34,000 บาท (ราคาไทย +-ไม่เกิน 1,000 บาท)

ส่วน iPhone 8 Plus มีราคา ดังนี้

– iPhone 8 Plus รุ่น 64GB ราคา 1,308 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 32,100 บาท (ราคาไทย+-ไม่เกิน 1,000 บาท)
– iPhone 8 Plus รุ่น 256GB ราคา 1,548 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 38,000 บาท (ราคาไทย +-ไม่เกิน 1,000 บาท)

ซึ่งก็ต้องติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Apple อีกครั้งว่า iPhone X จะเคาะราคาขายในประเทศไทยด้วยมูลค่าเท่าใดกันแน่

CR:http://www.thaimobilecenter.com/news-2560/iphone-x.asp

Share Button

แสดงความคิดเห็น